แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Topics - Soccer

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 114
61
สปอร์ติ้ง ลิสบอน - เมตาลิสต์ คาร์คีฟ (ยูโรป้า ลีก)
วันที่ : 29 มีนาคม 2555
เวลา : 02:05 น.

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

สปอร์ติ้ง ลิสบอน :
ริคาร์โด้ ซา ปินโต้ ไม่มี อัลเบร์โต้ โรดริเกซ, ฟาเบียน ริเนาโด้ กับ โอกูชี่ ออนเยวู สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ด้าน มาติอัส เฟร์นานเดซ ยังต้องรอทดสอบความฟิต หลังเพลย์เมกเกอร์ชาวชิเลโน่ป่วยเป็นไข้ จนชวดลงช่วยต้นสังกัดในเกมล่าสุดกับ ไฟเรนเซ่ ทว่า เจฟเฟรน ซัวเรซ พร้อมลงเสียบทันที ส่วน เจา เปเรยร่า พ้นโทษแบนกลับมาลงประจำการแบ็กขวาตามปกติ  ทีมดังโปรตุเกสจะลงเล่นระบบ 4-2-3-1 มี รุย ปาตริซิโอ เฝ้าเสา แนวรับ 4 คนเป็น เจา เปเรยร่า, อเล็กซานเดร รูอิซ ชานเดา, อันแดร์สัน โปลก้า, เอมิลิอาโน่ อินซัว ด้าน ดาเนียล การ์รีโซ่ จะลงคุมเกมแดนกลางกับ สไตน์ ชาร์ส โดยมี เจฟเฟรน ซัวเรซ, มารัต อิซไมลอฟ, ดีเอโก้ กาเปล เดินเกมรุก ส่วน ริคกี้ ฟาน โวล์ฟสวิงเคล จะลงเล่นหน้าเป้า
   
เมตาลิสต์ คาร์คีฟ :
ไมรอน มาร์เกวิช ไม่มี เอ็ดมาร์ อาปาเรซิโด้ เดอ ลาแซร์ด้า ติดโทษแบน ด้าน วลาดิเมียร์ ดิเซิลเยนโกวิช นายทวารชาวเซิร์บยังได้โอกาสลงเฝ้าเสาแทน โอเล็กซานเดอร์ กอร์ยานอฟ ส่วน โจนาธาน คริสตัลโด้ พ้นโทษแบนกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงจาก มาร์โลส โรเมโร่ บอนฟิม สำหรับ มาร์โก ตอร์ซิญารี่ กับ ฮวน มานูเอล ตอร์เรส จะกลับยืนตัวจริงอีกครั้งหลังได้พักแข้งในเกมล่าสุด แต่ มาร์โก เดวิช, เซอร์เก วัลยาเยฟ, อันเดร เบเรซอฟชุค หรือ อีวาน โอบราโดวิช ยังเป็นเพียงตัวสำรอง ทีมเยือนจากยูเครนจะลงเล่นระบบ 4-2-3-1 มี วลาดิเมียร์ ดิเซิลเยนโกวิช เฝ้าเสา แนวรับ 4 คนเป็น คริสเตียน วียากร้า, มาร์โก ตอร์ซิญารี่, ปาป้า กูเอเย่, เซอร์เก เชนิชนิค ด้าน ฮวน มานูเอล ตอร์เรส จะลงคุมเกมแดนกลางกับ คเลตัน ชาเวียร์ โดยมี โฮเซ่ เอร์เนสโต้ โซซ่า, ไทสัน บาร์เซลโลส เฟรด้า, เซบาสเตียน บลังโก้ เดินเกมรุก ส่วน โจนาธาน คริสตัลโด้ จะลงเล่นหน้าเป้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

สปอร์ติ้ง ลิสบอน :
(4-2-3-1) : รุย ปาตริซิโอ - เจา เปเรยร่า, อเล็กซานเดร รูอิซ ชานเดา, อันแดร์สัน โปลก้า, เอมิลิอาโน่ อินซัว - ดาเนียล การ์รีโซ่, สไตน์ ชาร์ส - เจฟเฟรน ซัวเรซ, มารัต อิซไมลอฟ, ดีเอโก้ กาเปล - ริคกี้ ฟาน โวล์ฟสวิงเคล
   
เมตาลิสต์ คาร์คีฟ :
(4-2-3-1) : วลาดิเมียร์ ดิเซิลเยนโกวิช - คริสเตียน วียากร้า, มาร์โก ตอร์ซิญารี่, ปาป้า กูเอเย่, เซอร์เก เชนิชนิค - ฮวน มานูเอล ตอร์เรส, คเลตัน ชาเวียร์ - โฮเซ่ เอร์เนสโต้ โซซ่า, ไทสัน บาร์เซลโลส เฟรด้า, เซบาสเตียน บลังโก้ - โจนาธาน คริสตัลโด้

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำผลงานดีขึ้นในช่วงหลัง โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่พวกเขากำชัยทุกรายการ 6 นัดรวด แม้ว่า เมตาลิสต์ จะเป็นทีมที่อันตรายและเล่นเกมสวนกลับเร็วได้ค่อนข้างดี แต่ฟอร์มช่วงหลังค่อนข้างแผ่ว แนวรับไม่แกร่งเหมือนในช่วงต้นซีซั่น ขณะเดียวกัน สปอร์ติ้ง ลิสบอน เน้นกับเกมนี้เป็นพิเศษ เพื่อเก็บชัยชนะช่วงชิงความได้เปรียบก่อนออกไปเยือน ยูเครน ในช่วงกลางสัปดาห์หน้าจึงมีโอกาสบดเข้าวินสำเร็จ

62
ชาลเก้ - แอธเลติก บิลเบา (ยูโรป้า ลีก)
วันที่ : 29 มีนาคม 2555
เวลา : 00:00 น.

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

ชาลเก้ :
ฮูบ สตีเฟ่นส์ เทรนเนอร์ชาลเก้ ที่กลับมาทำผลงานดีอีกครั้งในช่วงหลัง เกมนี้สภาพทีมพร้อมเหมือนเดิม ไม่มีตัวแบน รายของ โฌแอล มาติป ปรากฏว่า ยูฟ่า ตัดสินแล้วว่าไม่มีความผิด จึงสั่งยกเลิกโทษแบนที่เคยเลื่อนมาตัดสินทันที ลงเล่นได้ตามปกติหากไม่นับสองนายทวารที่เจ็บอยู่แล้ว ก็มีแค่ เบเนดิคท์ โฮเวเดส กัปตันทีม และ คริสโตฟ เม็ตเซลเดอร์ แนวรับแค่สองรายที่อยู่ในช่วงเรียกความฟิต ไม่น่าช่วยทีมได้จะยึดตัวจริงจากเกมที่ผ่านมาเป็นหลักให้ คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส กับ โฌแอล มาติป ยืนคู่เซนเตอร์ โดย เลวิส โฮลท์บี้ คุมกลางกับ เจอร์เมน โจนส์ แนวรุกวาง เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, ราอูล กอนซาเลซ และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ทำเกมสนับสนุน คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ส่วน ชิเนดู โอบาซี่ ที่ทีมเพิ่งซื้อขาดจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ เป็นแค่สำรอง
   
แอธเลติก บิลเบา :
มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ไม่มี ดาบิด โลเปซ โมเรโน่, การ์ลอส กูร์เปกี, ชาเบียร์ กาสตีโย่ กับ อีกอร์ มาร์ตีเนซ สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ด้าน โจนาส รามัลโญ่ กับ อัลบาโร่ เปนญ่า กองหลังกับกองกลางดาวรุ่งจากทีมเยาวชน ถูกเรียกตัวมาเสริมทัพ ส่วน เฟร์นานโด ยอเรนเต้, อันเดร์ เอร์เรร่า กับ อีเกร์ มูเนียอิน ซึ่งมีอาการเดี้ยงติดตัวมาจากเกมเสมอ สปอร์ติ้ง คิฆอน เมื่อวันอาทิตย์ต่างมีชื่อติดทีมครบถ้วน  ทีมเยือนจากเมืองกระทิงจะลงเล่นระบบ 4-2-3-1 มี กอร์ก้า อีไรซอส เฝ้าเสา แนวรับ 4 คนเป็น อันโดนี อิราโอล่า, ฆาเบียร์ มาร์ตีเนซ, เฟร์นานโด อมอเรเบียต้า, จอน เอาร์เตเนตเช่ ด้าน อันเดร์ อีตูร์ราสเป้ จะลงคุมเกมแดนกลางกับ อินญีโก้ เปเรซ โดยมี มาร์เกล ซูซาเอต้า, ออสการ์ เด มาร์กอส, อีเกร์ มูเนียอิน เดินเกมรุก ส่วน เฟร์นานโด ยอเรนเต้ จะลงเล่นหน้าเป้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ชาลเก้ :
ชาลเก้ (4-2-3-1) : ทิโม ฮัลเดบรันด์ - อัตสึโตะ อูจิดะ, คีเรียกอส ปาปาโดปูลอส, โฌแอล มาติป, คริสเตียน ฟุคส์ -  เจอร์เมน โจนส์, เลวิส โฮลท์บี้ - เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน, ราอูล กอนซาเลซ, ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ - คลาส แยน ฮุนเตลาร์
   
แอธเลติก บิลเบา :
(4-2-3-1) : กอร์ก้า อีไรซอส - อันโดนี อิราโอล่า, ฆาเบียร์ มาร์ตีเนซ, เฟร์นานโด อมอเรเบียต้า, จอน เอาร์เตเนตเช่ - อันเดร์ อีตูร์ราสเป้, อินญีโก้ เปเรซ - มาร์เกล ซูซาเอต้า, ออสการ์ เด มาร์กอส, อีเกร์ มูเนียอิน - เฟร์นานโด ยอเรนเต้

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

ถ้าไม่นับรวมการเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งเกมเยือนนัดเหย้า ปรากฏว่า บิลเบา กำลังทำผลงานแย่เก็บได้เพียงแต้มเดียวจาก 4 เกมหลัง เนื่องจากสภาพร่างกายนักเตะค่อนข้างกรอบ จากการลงกรำศึกอย่างต่อเนื่อง และเทรนเนอร์อาจเลือกปรับทัพบางตำแหน่งด้วย ขณะเดียวกันชาลเก้ กลับมาทำผลงานเข้าฝักอีกครั้ง โดยเฉพาะ ฮุนเตลาร์ ที่กำลังฮอตยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นตัวป่วนแนวรับทีมเยือนตลอดทั้งเกม แถม บิลเบา ยังเล่นเกมรับไม่ดีนัก ทีมราชันเมืองเบียร์ จึงน่าจะบดเอาชนะทีมเยือนได้ก่อนในเกมแรก

63
แอตเลติโก มาดริด - ฮันโนเวอร์ (ยูโรป้า ลีก)
วันที่ : 29 มีนาคม 2555
เวลา : 02:05 น.

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

แอตเลติโก มาดริด :
ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ไม่มี ซิลวิโอ มานูเอล เปเรยร่า สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่ ฆวน ฟรานซิสโก้ ตอร์เรส เบเลน ฆวนฟราน กับ กาเบรียล เฟร์นานเดซ กาบี พ้นโทษแบนจากเวทีลีกาหวนคืนสู่ทีม ส่วน ดีเอโก้ รีบาส ดา กุนญ่า, ติอาโก้ เมนเดส กับ อันโตนิโอ โลเปซ ฟิตกลับมาพร้อมเป็นตัวเลือกลงสนาม นั่นหมายความว่า ฆอร์เค่ เรซูร์เรกซิออน เมโรดิโอ โกเก้ น่าจะถูกเบียดเป็นตัวสำรอง เพื่อเปิดทางให้ ดีเอโก้ ลงสนาม ทีมตราหมี จะลงเล่นระบบ 4-2-3-1 มี ธีโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าเสา แนวรับ 4 คนเป็น ฆวน ฟรานซิสโก้ ตอร์เรส เบเลน ฆวนฟราน, เชา มิรันด้า, อัลบาโร่ โดมิงเกซ, ฟิลิเป้ หลุยส์ กาสมีร์สกี้ ด้าน กาเบรียล เฟร์นานเดซ กาบี จะลงคุมเกมแดนกลางกับ ติอาโก้ เมนเดส หรือ มาริโอ ซูอาเรซ โดยมี อาเดรียน โลเปซ, ดีเอโก้ รีบาส ดา กุนญ่า, อาร์ดา ตูราน เดินเกมรุก ส่วน ราดาเมล ฟัลเกา การ์เซีย จะลงเล่นหน้าเป้าตามปกติ
   
ฮันโนเวอร์ :
เมียร์โค สโลมก้า เทรนเนอร์ ฮันโนเวอร์ พาทีมไปเยือน ทีมตราหมี แบบฟูลทีม ตัวหลักไม่มีอาการเจ็บหรือแบนเลย พร้อมลงเล่นทั้งหมด   แซร์โจ้ ปินโต้ มิดฟิลด์โปรตุเกส ที่ไม่มีชื่อในเกมพ่าย บาเยิร์น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะกลับมาคุมแดนกลางกับ มานูเอล ชมีเดบัค อีกครั้ง แล้วให้ ลาร์ส สตินเดิ้ล ขึ้นไปทำเกมทางฝั่งขวาเหมือนเดิม โดยมี ยาน ชเลาดราฟฟ์ ทำเกมอีกฝั่ง คู่หน้า มาเม่ บิราม ดิยุฟ กับ โมฮาเม็ด อับเดลลาอู กำลังเล่นดี คู่กันไปก่อนให้ ดิดิเย่ร์ ยา โกน็อง เป็นสำรอง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอตเลติโก มาดริด :
(4-2-3-1) : ธีโบต์ กูร์กตัวส์ - ฆวน ฟรานซิสโก้ ตอร์เรส เบเลน ฆวนฟราน, เชา มิรันด้า, อัลบาโร่ โดมิงเกซ, ฟิลิเป้ หลุยส์ กาสมีร์สกี้ - กาเบรียล เฟร์นานเดซ กาบี, ติอาโก้ เมนเดส (มาริโอ ซูอาเรซ) - อาเดรียน โลเปซ, ดีเอโก้ รีบาส ดา กุนญ่า, อาร์ดา ตูราน - ราดาเมล ฟัลเกา การ์เซีย
   
ฮันโนเวอร์ :
ฮันโนเวอร์ (4-2-2-2) : รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ - สตีฟ เชรุนโดโล่, มาริโอ เอ็กกิมันน์, เอมานูเอล โปกาเตทซ์, คริสเตียน พานเดอร์ - แซร์โจ้ ปินโต้, มานูเอล ชมีเดบัค -  ลาร์ส สตินเดิล, ยาน ชเลาดราฟฟ์ - โมฮาเม็ด อับเดลลาอู, มาเม่ บิราม ดิยุฟ
 
วิจารณ์เกมการแข่งขัน

แอตเลติโก มาดริด ตั้งเป้าเก็บชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนสู่ทีม ทีมตราหมี ลงเล่นในถิ่นด้วยความพร้อมสมบูรณ์ทุกขุมกำลัง โดยเฉพาะแนวรุกที่ตัวหลักอยู่ครบถ้วนทั้ง ราดาเมล ฟัลเกา, อาเดรียน โลเปซ, อาร์ดา ตูราน กับ ดีเอโก้ น่าจะสร้างความกดดันให้แนวรับทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ฮันโนเวอร์ เป็นทีมที่ทำผลงานนอกถิ่นไม่ดีนัก ทีมเยือนยังเล่นเกมรับไม่ดีเช่นกัน ทีมตราหมี จึงน่าจะบดเอาชนะทีมเยือนจากเมืองเบียร์ได้ตามเป้าหมาย

64
อาโปแอล - เรอัล มาดริด (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
วันที่ : 27 มีนาคม 2555
เวลา : 01:45 น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 3

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

อาโปแอล :
อิวาน โยวาโนวิช นายใหญ่อาโปเอล นิโคเซีย มีปัญหาเล็กน้อย เมื่อจะไม่มี กุสตาโว มานดูก้า ที่ติดโทษแบนทำให้โอกาสตกเป็นของ อิวาน ตริชคอฟสกี้ ได้เล่นแทนข่าวดีคือจะได้ วิลเลี่ยม เบาเวนตูร่า แบ็กซ้ายตัวหลักหายเจ็บกลับมา ส่วนที่เหลือยังเป็นตัวหลักนำโดย คอนสแตนตินอส ชาราลัมบิเดส, อิวาน ตริชคอฟสกี้ และ เอสเตบัน โซลารี่ ที่จะคอยปั้นเกมอยู่หลัง ''ไอล์ตัน'' โชเซ่ อัลเมยด้า ที่ยืนเป็นหน้าเป้า
   
เรอัล มาดริด :
โชเซ่ มูรินโญ่ เทนเนอร์ ''ราชันชุดขาว'' พานักเตะ 19 คนโดยที่ไม่มี ชาบี อลอนโซ่ ที่ติดโทษแบนเดินทางมาด้วย ส่วน อังเคล ดิ มาเรีย, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า และ โฆเซ่ กาเยฆอน ที่ยังเจ็บทั้งหมด แต่จะได้ เปเป้ และ เมซุต โอซิล พ้นโทษแบนในลา ลีกา กลับมาเสริมทัพ เกมนี้จะใช้ ซามี่ เคดิร่า กับ  เอสเตบัน กราเนโร่ ยืนคุมแดนกลาง ส่วนแนวรุกส่ง เมซุต โอซิล, ริคาร์โด้ กาก้า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยห้อย คาริม เบนเซม่า ยืนเป็นหน้าเป้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

อาโปแอล :
(4-2-3-1) : ดิโอนิซิออส คิโอติส; ซาฟวาส ปูร์ไซติดิส, เปาโล จอร์จ, มาร์เซโล่ โอลิเวยร่า, วิลเลี่ยม เบาเวนตูร่า; นูโน่ โมไรส์, มาร์โช อิวานิลโด้ ดา ซิลวา ''มาร์ซินโญ่''; คอนสแตนตินอส ชาราลัมบิเดส, อิวาน ตริชคอฟสกี้, เอสเตบัน โซลารี่; ''ไอล์ตัน'' โชเซ่ อัลเมยด้า 
   
เรอัล มาดริด :
(4-2-3-1) : อีเกร์ กาซียาส; อัลบาโร่ อาร์เบลัว, เซร์คิโอ รามอส, คเลแปร์ ลาเวรัน ลิม่า แฟร์เรยร่า ''เปเป้'', ''มาร์เซโล่'' วิเอร่า ดา ซิลวา จูเนียร์; ซามี่ เคดิร่า, เอสเตบัน กราเนโร่; เมซุต โอซิล, ริคาร์โด้ กาก้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้; คาริม เบนเซม่า 

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

อาโปเอล นิโคเซีย ที่แม้จะกำลังผลงานดีบวกกับการได้เล่นในบ้าน แต่การต้องพบกับทีมที่เกมรุกดุดันอย่าง เรอัล มาดริด ที่ขนมาเต็มอัตราศึก ทำให้มั่นใจว่า ทีมชุดขาว จะบุกมาคว้าชัยกลับไปได้ไม่ยาก
 

65
เบนฟิก้า - เชลซี (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)
วันที่ : 27 มีนาคม 2555
เวลา : 01:45 น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 7

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

เบนฟิก้า :
จอร์จ เชซุส เทรนเนอร์เหยี่ยวลิสบอน ยอดทีมจากโปรตุเกส เกมนี้จะได้ตัว ปาโบล ไอมาร์ เพลย์เมกเกอร์อาร์เจนไตน์พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง แต่น่าจะเป็นสำรองไปก่อน โดยเกมนี้แดนกลางยังคงส่ง นิโกลัส ไกตาน, อั๊กเซล วิตเซล และ บรูโน่ เซซ่าร์ คอยปั้นเกมอยู่หลัง  ออสการ์ การ์โดโซ่ กับ โรดริโก้ โมเรโน่ ที่จะคอยจบสกอร์
   
เชลซี :
โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เทรนเนอร์ชั่วคราวยังเจอปัญหาปวดหัวในแดนหลัง เมื่อต้องรอเช็กความฟิตของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังตัวเก่งที่มีอาการเจ็บต้นขาถ้าลงไม่ได้โอกาสจะตกเป็นของ โชเซ่ โบซิงวา แต่จะได้ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมที่ฟิตกลับมาคุมแนวรับ
 
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เบนฟิก้า :
(4-1-3-2) : อาร์ตูร์ โมราเอส ; มักซิมิลิอาโน่ เปเรยร่า, อันแดร์สัน หลุยส์ ดา ซิลวา ''ลุยเซา'', ''ชาร์เดล'' นิวัลโด้ วิเอยร่า, ''เอเมอร์สัน'' ดา กอนไซเซา ; ฆาบี การ์เซีย ; นิโกลัส ไกตาน, อั๊กเซล วิตเซล, บรูโน่ เซซ่าร์ ; ออสการ์ การ์โดโซ่, โรดริโก้ โมเรโน่
   
เชลซี :
(4-3-3) : ปีเตอร์ เช็ก ; บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (โชเซ่ โบซิงวา), ดาวิด ลุยซ์, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล ; แฟร้งค์ แลมพาร์ด, รามิเรส, ไมเคิ่ล เอสเซียง ; แดเนียล สเตอร์ริดจ์,  ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา, ฆวน มานูเอล มาต้า

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

เบนฟิก้า ยังคงโชว์ฟอร์มเยี่ยมเมื่อชนะมา 4 จาก 5 เกมหลังสุด บวกกับผลงานเกมยุโรปในบ้านยังไม่แพ้ใครเลย ทำให้เชื่อว่านัดนี้เหยี่ยวลิสบอน น่าจะดีพอยันเสมอกับผู้มาเยือนอย่าง เชลซี ได้ มองว่าเกมนี้จะจบด้วยการเสมอกันไป

66
สเปอร์ส - โบลตัน (เอฟเอ คัพ)
วันที่ : 27 มีนาคม 2555
เวลา : 01:30 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

สเปอร์ส :
แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือไก่เดือยทองหล่นจากเต็ง 1 รายการนี้หลังจับสลากจ่อชน เชลซี หากผ่านรอบนี้ไปได้ ฟอร์มล่าสุดก็บุกเสมอ ''สิงห์บลูส์'' 0-0 ในเกมล่าสุด นัดนี้มาเริ่มเตะกับ โบลตัน ใหม่อีกครั้ง หลังกรณี ฟาบริซ มูอัมบา ช็อกคาสนามจนต้องยกเลิกเกมนาทีที่ 41 ขณะสกอร์ยัง 1-1 นัดนี้ข่าวดีคือ อารอน เลนน่อน ปีกตัวเก่งที่ลงซ้อมได้ตั้งแต่วันเสาร์ หลังหายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าพักมา 3 สัปดาห์ก็น่าจะกลับมายืดเส้นยืดสายในเกมนี้ รายของ เล็ดลี่ย์ คิง ที่มีอาการเจ็บเข่าเรื้อรังจน เร้ดแน็ปป์ ไม่เสี่ยงส่งลงเล่นเกมล่าสุด แต่น่าจะพร้อมในเกมนี้ นอกนั้น ไมเคิ่ล ดอว์สัน (ข้อเท้า),  เอเรลโญ่ โกเมส (หัวเข่า) และ ทอม ฮัดเดิลสตัน (ข้อเท้า) ยังคงชวด เกมนี้ตัวสำรองอย่าง ไรอัน เนลเซ่น หรือ แดนนี่ โรส น่าจะได้เล่น อาจจะรวมถึง คาร์โล คูดิชินี่ ด้วย แนวรุก เจอร์เมน เดโฟ กับ หลุยส์ ซาฮา ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมล่าสุดก็น่าจะได้เล่น

โบลตัน :
ด้าน โอเว่น คอยล์ กุนซือเดอะ ทร็อตเตอร์ส เรียกกำลังใจให้ทีมได้ไม่น้อยหลังคว่ำ แบล็คเบิร์น 2-1 ในเกมล่าสุด คาดว่าเกมนี้น่าจะเปลี่ยนแปลงนักเตะหลายตำแหน่ง คาดว่า เดดริค โบยาต้า, แซ็ต ไนท์ หรือ อิวาน คลาสนิช อยู่ในข่ายที่จะได้โอกาสเล่นแน่ๆ ที่ยังชวดคือ ฟาบริซ มูอัมบา ที่ป่วยจากโรหัวใจ รวมถึง มาร์วิน ซอร์เดลล์ กองหน้าที่ย้ายมาจาก วัตฟอร์ด ที่ติดคัพไท ส่วน ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น น่าจะได้โอกาสสลับเฝ้าเสา แนวรุก อิวาน คลาสนิช น่าจะได้จับคู่กับ เควิน เดวิส ในแดนหน้า
 
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
สเปอร์ส :
สเปอร์ส (4-4-2) : คาร์โล คูดิชินี่ - ไคล์ วอล์คเกอร์, เล็ดลี่ย์ คิง, ไรอัน เนลเซ่น, แดนนี่ โรส - อารอน เลนน่อน, สกอตต์ พาร์เกอร์, เจค ลิเวอร์มอร์, แกเร็ธ เบล - หลุยส์ ซาฮา, เจอร์เมน เดโฟ
   
โบลตัน :
โบลตัน (4-4-2) : ยุสซี่ ยาสเคไลเน่น-  เดดริค โบยาต้า, แซ็ต ไนท์, ทิม รีม, มาร์กอส อลอนโซ่ - คริส อีเกิ้ลส์, ดาร์เรน แพร็ตลี่ย์, ไนเจล รีโอ โคเกอร์, เรียว มิยาอิชิ - เควิน เดวิส, อิวาน คลาสนิช

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

ไก่เดือยทอง กลับมาทำได้ดีในเกมกับ เชลซี ทางด้าน โบลตัน มาสู้ด้วยใจแน่ เพื่อเพื่อนอย่าง มูอัมบา เมื่อทั้งสองทีมหันมาใช้สำรองลงเล่นหลายตำแหน่งความแตกต่างน่าจะน้อยลงไป ทีมเยือนมาสู้เต็มที่แน่ อย่างไรก็ตามเจ้าถิ่นเล่นในรังยังมีความได้เปรียบทุกอย่าง เกมแรกเหนื่อยมาเยอะ สูสีก็จริง แต่โอกาสที่ทีมเยือนจะเล่นได้ดีแบบนั้นอีกมีไม่มาก สเปอร์ส น่าจะเบียดชนะเข้ารอบต่อไปได้

67
ซันเดอร์แลนด์ - เอฟเวอร์ตัน (เอฟเอ คัพ)
วันที่ : 27 มีนาคม 2555
เวลา : 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 3

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

ซันเดอร์แลนด์ :
แมวดำ ภายใต้การคุมทีมของ มาร์ติน โอนีล กระตุ้นลูกทีมเต็มที่หลังผลงานตกลงระยะหลังในพรีเมียร์ลีก แต่เกมล่าสุดไล่ยำ ควีนส์ปาร์ค 3-1 กลับมามีความมั่นใจเต็มที่ ข่าวดีเกมนี้คือ ลี แค็ตเทอร์โมล กองกลางตัวเก่งพ้นโทษแบน 4 นัดกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่ คีแรน ริชาร์ดสัน ยังเจ็บน่องต้องรอเช็กฟิต อย่างไรก็ตาม เวย์น บริดจ์ กำลังทำหน้าที่ได้ดีพร้อมลงเล่นแบ็กซ้ายอยู่แล้ว ส่วนแข้งที่เจ็บยาวอยู่ก่อนอย่าง เวส บราวน์ (หัวเข่า) และ ไตตัส บรัมเบิ้ล (เอ็นร้อยหวาย/น่อง) ยังหมดสิทธิ์ ส่วน เซบาสเตียน ลาร์สสัน น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงเช่นเดียวกับ แค็ตเทอร์โมล ส่วน เคร็ก การ์ดเนอร์ กับ เจมส์ แม็คคลีน ที่กำลังฟอร์มดีน่าจะได้เป็นตัวจริงต่อ แนวรุก สเตฟาน แซสเซอญง ที่พ้นโทษแบนตั้งแต่เกมที่แล้วกลับมาซัดประตูได้จะทำเกมอยู่หลัง นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่ลงเป็นหน้าเป้า รายของ เฟรเซอร์ แคมพป์บลล์ น่าจะยังนั่งสำรองไปก่อน
   
เอฟเวอร์ตัน :
ทางฝั่ง เดวิด มอยส์ กุนซือทอฟฟี่สีน้ำเงิน บุกไปคว่ำ สวอนซี 2-0 ในลีกนัดล่าสุด แบบพลิกความคาดหมายเล็กน้อย เนื่องจากทีมดังจากเวลส์ เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่งมาตลอด เกมนี้ทีมเยือนยังพร้อมใช้งาน ดาร์รอน กิ๊บสัน ที่หายเจ็บเข่ากลับมาลงเล่นใน ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม พร้อมลงเล่นต่อเนื่อง รายของ มารูยาน เฟลไลนี่, จอห์นนี่ ไฮติงก้า และ รอยสตัน เดรนเธ่ ที่ได้พักมาก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นตัวจริง
อย่างไรก็ตาม แจ็ค ร็อดเวลล์ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ เชมัส โคลแมน (ต้นขา) ที่ยังต้องพักต่อ รายของ สตีเว่น พีนาร์ เพลย์เมกเกอร์ชาวแอฟริกาใต้ที่ติดคัพ ไท ก็ชวดแน่ เกมรุกยังเป็น ทิม เคฮิลล์ ทำเกมรุกอยู่หลัง นิกิซ่า เยลาวิช ที่ยังพร้อมเป็นหน้าเป้าต่อเนื่อง
   
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ซันเดอร์แลนด์ :
ซันเดอร์แลนด์ (4-4-1-1) : ซิมง มิโญเล่ต์ - ฟิล บาร์ดสลี่ย์, จอห์น โอเช, ไมเคิ่ล เทอร์เนอร์, เวย์น บริดจ์ - เซบาสเตียน ลาร์สสัน, ลี แค็ตเทอร์โมล, เคร็ก การ์ดเนอร์, เจมส์ แม็คคลีน - สเตฟาน แซสเซอญง - นิคลาส เบนท์เนอร์
   
เอฟเวอร์ตัน :
เอฟเวอร์ตัน (4-4-1-1) : ทิม ฮาวเวิร์ด - โทนี่ ฮิบเบิร์ต, จอห์นนี่ ไฮติงก้า, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, เลห์ตัน เบนส์ - ลีออน ออสแมน, มารูยาน เฟลไลนี่, ดาร์รอน กิ๊บสัน, รอยสตัน เดรนเธ่ - ทิม เคฮิลล์ - นิกิซ่า เยลาวิช

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

แมวดำ เล่นในบ้านได้แข็งแกร่ง โอนีล พักบางรายไว้เล่นเกมนี้ แต่ส่วนใหญ่เป็นแข้งที่ลงเล่นกันมาต่อเนื่องผลงานยอดเยี่ยม แม้ เอฟเวอร์ตัน จะชนะในเกมล่าสุด แต่นักเตะแต่ละรายดูไม่สดเท่าไหร่นัก เจ้าถิ่นได้เล่นในรังมีโอกาสเล่นเกมรุกมากกว่า และทีเด็ดของทั้งสองทีมคล้ายกันคือการเล่นลูกตั้งเตะ ซึ่งเจ้าถิ่นมีโอกาสได้มากกว่า และน่าจะเฉือนชนะเข้ารอบต่อไปตามสไตล์ของ โอนีล ที่วางเกมเน้นผลการแข่งขันได้ค่อนข้างดี

68
แมนฯ ยูไนเต็ด - ฟูแล่ม (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
วันที่ : 26 มีนาคม 2555
เวลา : 02:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด :
''ปีศาจแดง'' ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือมือเก๋า หวังเก็บชัยชนะเพื่อทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืนจาก แมนฯ ซิตี้ และทิ้งห่างอริร่วมเมืองสามแต้ม สำหรับความพร้อมก่อนเกมมันเดย์ไนต์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คืนวันจันทร์นี้ ถือว่าเฟอร์กูสันมีขุมกำลังชุดใหญ่เต็มพิกัดให้เลือกใช้บริการเลยทีเดียว ปีก หลุยส์ นานี่ (ข้อเท้า), มือกาว อันเดอร์ส ลินเดการ์ด (ข้อเท้า) และศูนย์หน้า ไมเคิ่ล โอเว่น (ต้นขา) เป็นแค่คนที่ขาดหายไป เช่นเดียวกับกัปตันทีม เนมานย่า วิดิช และมิดฟิลด์ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ที่พักยาว

นอกเหนือไปจากนั้น ถือว่าพร้อมสมบูรณ์ โดยกองหลัง คริส สมอลลิ่ง, กองกลาง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, ฟูลแบ็ก ฟาบิโอ ดา ซิลวา, ดาวรุ่ง ปอล ป็อกบา และดาวเตะสารพัดประโยชน์ ฟิล โจนส์ ต่างกระสันลงสนาม หลังผ่านเกมทีมสำรองเมื่อวันพฤหัสบดีแบบฉลุย
เฟอร์กูสัน น่าจะหมุนเวียนผู้เล่น โดยเรียกตัวที่ได้พักในเกมถล่ม วูล์ฟส์ 5-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน คืนตัวจริงอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ และ แอชลี่ย์ ยัง แต่ดาวเด่นที่กำลังท็อปฟอร์มอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย พร้อมลากเลื้อยป้อนให้ดาวยิง เวย์น รูนี่ย์ ที่จะจับคู่ล่าตาข่ายกับ แดนนี่ เวลเบ็ค
     
ฟูแล่ม :
''เจ้าสัวน้อย'' ของกุนซือ มาร์ติน โยล โดน สวอนซี บุกถล่มแบบเจ็บปวด 3-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึงหวังเรียกฟอร์มเก่งคืนกลับมาให้ได้
ผู้จัดการทีมชาวดัตช์ไม่มีปัญหาผู้เล่นหลักๆบาดเจ็บ ก่อนยกพลขึ้นเหนือ โดยล่าสุด มีแค่ นีล เอเธอริดจ์ นายทวารมือสาม ที่จะเจ็บข้อมือ และต้องพักราวสองสัปดาห์ ส่วนพวกที่เจ็บยาวอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ยังเป็นแค่ผู้ชมเช่นเดิมทั้ง ซเดเน็ก กรีเกร่า (หัวเข่า), สตีฟ ซิดเวลล์ (ใส้เลื่อน) และ ออร์ลันโด้ ซา (เอ็นหลังหัวเข่า) แดนนี่ เมอร์ฟี่ กองกลางจอมเก๋าที่ชอบทำแสบให้เจ้าถิ่น น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง เช่นเดียวกับ เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ปีกจอมเก๋าอีกราย ส่วนแนวรุกนำโดยดาวยิงตัวเก่งชาวรัสเซีย พาเวล โพเกร็บเนี้ยค

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด :
(4-4-2) : ดาบิด เด เคอา - ฟิล โจนส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ปาทริซ เอวร่า - อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ไรอัน กิ๊กส์, แอชลี่ย์ ยัง - เวย์น รูนี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็ค
   
ฟูแล่ม :
(4-4-2) : มาร์ค ชวาร์เซอร์ - สตีเฟ่น เคลลี่, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส, เบรเด้ ฮันเกลันด์, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ - เดเมี่ยน ดัฟฟ์, แดนนี่ เมอร์ฟี่, มุสซ่า เด็มเบเล่, คลินท์ เดมพ์ซี่ย์ - แอนดี้ จอห์นสัน, พาเวล โพเกร็บเนี้ยค

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าเก็บชัยได้ในเกมนี้จะทำแต้มทิ้งคู่ปรับอย่าง แมนฯ ซิตี้ ถึง 3 คะแนนทีเดียว ดังนั้นพวกเขาใส่เต็มกำลังแน่ เพราะไม่มีถ้วยอื่นให้ต้องกังวลด้วย ขณะเดียวกัน ฟูแล่ม หลังเคยเก็บชัยมา 3 นัดติด แต่สองเกมหลังพ่ายรวด และยิงประตูไม่ได้เลย ดูแล้วทีมเจ้าสัวน้อยเป็นรองทุกประตู เชื่อว่าถ้า ปีศาจแดง ไม่ยิงทิ้งยิงพลาดเอง น่าจะเดินเครื่องทุบเอาชนะได้ไม่ยาก

69
เวสต์บรอมวิช - นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
วันที่ : 25 มีนาคม 2555
เวลา : 22:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

เวสต์บรอมวิช :
เดอะ แบ็กกี้ส์ ของกุนซือจอมเก๋า รอย ฮอดจ์สัน ต้องการแก้ตัวให้ได้หลังจากนัดล่าสุดออกไปทำได้แค่เสมอทีมท้ายตารางอย่าง วีแกน 1-1
ความพร้อมก่อนเกมที่ เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ วันอาทิตย์นี้ ทางด้านของ โยนาส โอลส์สัน เซนเตอร์แบ็กสวีดิช จะกลับมาช่วยทีมอีกครั้งหลังพ้นโทษแบนหนึ่งนัดเรียบร้อยแล้ว โอลส์สัน เตรียมรับหน้าที่คู่หู แกเร็ธ แม็คออลี่ย์ ในบทบาทคู่ปราการหลัง ทำให้ เลียม ริดจ์เวลล์ จะกลับไปเล่นแบ็กซ้ายเช่นเดิมพร้อมเบียด นิคกี้ ชอรี่ย์ นั่งสำรอง

นอกจากนี้ ฮอดจ์สัน ยังหวังว่า ปีเตอร์ โอเดมวิงกี้ กองหน้าทีมชาติไนจีเรีย จะกลับมาฟิตเต็มร้อยอีกครั้ง หลังพลาดเกมกับ วีแกน เพราะเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แต่กองกลาง โซลตาน เกร่า (หัวเข่า) กับแบ็กขวา สตีเว่น รีด (เท้า) พักยาว
   
นิวคาสเซิ่ล :
สาลิกาดง จากการทำงานของ อลัน พาร์ดิว เปิดบ้าน สปอร์ต ไดเร็กต์ อารีน่า เฉือน นอริช 1-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในการเยือน ฮอว์ธอร์นส์ วันอาทิตย์นี้ ยังไม่แน่ว่า ทูน อาร์มี่ จะมี ชีค ติโอเต้ ให้ใช้งานหรือไม่ หลังจากกองกลางทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ถูกประเมินโอกาสลงสนามไว้ที่ 50-50 เพราะเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากเกมล่าสุด แต่ในรายของฟูลแบ็ก แดนนี่ ซิมพ์สัน จะหายเจ็บกล้ามเนื้อท้องกลับมาช่วยทีมได้ กระนั้น ผู้เล่นสารพัดประโยชน์ ไรอัน เทย์เลอร์ (น่อง) ยังวืด เช่นเดียวกับพวกที่เดี้ยงยาวทั้ง ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส (ต้นขา), ลีออน เบสต์ และ แซมมี่ อเมโอบี้ (หัวเข่าทั้งคู่), สตีเว่น เทย์เลอร์ (เอ็นร้อยหวาย) และ ซิลแว็ง มาร์กโวซ์ (โคนขาหนีบ)
พาร์ดิว น่าจะยังยึดทีมชุดที่เอาชนะ นอริช ในนัดล่าสุดเป็นแกนหลักต่อไป โดย โฮนาส กูเตียร์เรซ ที่ต้องไปเล่นแบ็กซ้ายในนัดล่าสุดน่าจะได้กลับมาเป็นมิดฟิลด์ตามถนัด ส่วนคู่หัวหอกได้แก่ เดมบา บา กับ ปาปิส เดมบา ซิสเซ่ เช่นเดิม
 
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เวสต์บรอมวิช :
(4-1-4-1) : เบน ฟอสเตอร์, บิลลี่ โจนส์, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, โยนาส โอลส์สัน, เลียม ริดจ์เวลล์, ยุสซูฟ มูลุมบู, คริส บรันท์, คีธ แอนดรูว์ส, เจมส์ มอร์ริสัน, เจอโรม โธมัส, ปีเตอร์ โอเดมวิงกี้
   
นิวคาสเซิ่ล :
(4-4-2) : ทิม ครูล, แดนนี่ ซิมพ์สัน, ฟาบริซิโอ โกลอชชินี่, ไมค์ วิลเลียมสัน, ดาวิเด้ ซานตอน, กาเบรียล โอแบร์กต็อง, ชีค ติโอเต้, โยอัน กาบาย, โฮนาส กูเตียร์เรซ, เดมบา บา, ปาปิสส์ เดมบา ซิสเซ่

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

เวสต์บรอมฯ ผลงานไม่เลวเมื่อแพ้แค่นัดเดียวจากห้าเกมหลังในพรีเมียร์ลีก และจะลงสนามด้วยความมั่นใจพอควร หลังเคยบุกกำราบ นิวคาสเซิ่ล 3-2 เมื่อต้นซีซั่น อย่างไรก็ตาม สาลิกาดง มีสถิติที่น่าสนใจอยู่อย่าง เมื่อยังไม่แพ้เลยเวลาเล่นในวันอาทิตย์ฤดูกาลนี้ โดยชนะสี่และเสมอสอง ถ้าหากเน้นรับ และได้ ติโอเต้ กลับมาไม่น่ามือเปล่าแต่จะได้สามแต้มมากดดัน เชลซี หรือเปล่า คงต้องพึ่งทีเด็ด บา

70
เอฟเวอร์ตัน - อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
วันที่ : 21 มีนาคม 2555
เวลา : 03:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 5

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

เอฟเวอร์ตัน
ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ของกุนซือ เดวิด มอยส์ เพิ่งเสมอกับ ซันเดอร์แลนด์ 1-1 ใน เอฟเอ คัพ รอบแปดทีม จนต้องไปรีเพลย์กันอีกนัดเพื่อหาทีมเข้ารอบตัดเชือกไปชน ลิเวอร์พูล ที่เพิ่งถล่ม เอฟเวอร์ตัน ในพรีเมียร์ลีกนัดเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ 3-0 ช่วงมิดวีก
 
ในเกม เอฟเอ คัพ ที่ กูดิสัน พาร์ค เมื่อวันเสาร์ มอยส์ จัดทัพใหญ่ลงลุยกับ แมวดำ จนต้องไปแข่งใหม่ ทำให้เป็นที่คาดหมายว่า กุนซือชาวสกอตติช อาจสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนนักเตะบ้างในการเจอ อาร์เซน่อล เพื่อรักษาความสดของสภาพร่างกายลูกทีม
 
จากการที่ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติม ทำให้ มอยส์ มีตัวเลือกสมบูรณ์ โดยเชื่อว่า สตีเว่น พีนาร์ มิดฟิลด์ทีมชาติแอฟริกาใต้ จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังติดคัพไทในฟุตบอลถ้วย ขณะที่ ทิม เคฮิลล์ ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ อาจได้พักบ้าง แม้เพิ่งโขกประตู แมวดำ ได้
 
จอห์นนี่ ไฮติงก้า ขาโหดทีมชาติฮอลแลนด์ อาจรับหน้าที่กองกลางตัวรับหยุดเกม อาร์เซน่อล ขณะที่ วิคเตอร์ อนิเชบี้ ก็พร้อมถูกเรียกใช้บริการทุกเมื่อ
   
อาร์เซน่อล :
ด้าน เดอะ กันเนอร์ส ของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ กำลังไล่ล่าอันดับสาม หลังจากที่เปิดบ้านเชือด นิวคาสเซิ่ล 2-1 เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว และได้พักมาเต็มๆ ถึงเก้าวัน
 
ความพร้อมล่าสุด บรรดานักเตะที่มีปัญหาบาดเจ็บอยู่แล้ว ยังชวดทั้ง เซบาสเตียง สกิลลาชี่ (โคนขาหนีบ, ทดสอบความฟิต), อาบู ดิยาบี้, ฟร็องซิส โกเกอแล็ง (เอ็นหลังหัวเข่าทั้งคู่), แจ็ค วิลเชียร์ และ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ (ข้อเท้าทั้งคู่), เอ็มมานูเอล ฟริมปง (หัวเข่า)
 
แต่นอกเหนือไปจากนั้น ถือว่าพร้อมสมบูรณ์ดี โดยมีแนวโน้มว่า กุนซือชาวฝรั่งเศส จะยึดเอานักเตะชุดที่ทำได้ดีในการฮึดแซงกลับมาเอาชนะ สาลิกาดง เล่นที่ กูดิสัน พาร์ค
 
มิเคล อาร์เตต้า พร้อมเยือนบ้านเก่า ส่วน ดาวรุ่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน จะได้โอกาสก่อน แชร์วินโญ่ และ ยอสซี่ เบนายูน ในการปั้นเกมให้ดาวยิงฟอร์มฮอต โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ขออีกแค่สี่เม็ดในลีก ก็จะทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่ซัดถึง 30 ตุงในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2007/08

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน :
(4-4-1-1) : ทิม ฮาวเวิร์ด - ฟิล เนวิลล์, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, ฟิล จากีลก้า, เลห์ตัน เบนส์ - เชมัส โคลแมน, จอห์นนี่ ไฮติงก้า, มารูยาน เฟลไลนี่, สตีเฟ่น พีนาร์ - ลีออน ออสแมน - นิกิซ่า เยลาวิช
   
อาร์เซน่อล :
(4-2-3-1) : วอสเชียค เชสนี่ - บาการี่  ซาญ่า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, โธมัส แฟร์มาเล่น, คีแรน กิ๊บบ์ส - อเล็กซ์ ซง, มิเคล อาร์เตต้า - ธีโอ วัลค็อตต์, โทมัส โรซิชกี้, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน - โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

อาร์เซน่อล จะไปเยือนอย่างมั่นใจ หลังจากที่ชนะรวดห้านัดหลังที่เจอกันในพรีเมียร์ลีก แถมได้พักมาเต็มๆ จึงน่าเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกใส่เจ้าบ้านตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน อาจไปให้ความสำคัญในฟุตบอลถ้วยมากกว่าแล้ว เชื่อว่า เดอะ กันเนอร์ส คงใช้ความเด็ดขาดกว่าเบียดเอาชนะไปได้

71
ควีนส์ปาร์ค - ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
วันที่ : 21 มีนาคม 2555
เวลา : 03:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 6

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

ควีนส์ปาร์ค :
ทหารเสือราชินี ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลยในหกนัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก จนต้องดิ้นหนีตาย โดยผลงานล่าสุดคือการออกไปโดน โบลตัน หั่น 2-1 ที่ รีบ็อค สเตเดี้ยม
 
มีข่าวดีเมื่อ อเดล ตารับต์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง กลับมาอยู่ในข่ายการพิจารณาของกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส อีกครั้ง หลังจากที่พลาดเกมกับ โบลตัน เมื่อ 10 วันก่อน เพราะเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ทว่าล่าสุดฟิตเต็มร้อย
 
ในรายของ ดีเจ แคมป์เบลล์ กองหน้าจอมเดี้ยง เพิ่งกลับมาซ้อมได้ และคงต้องใช้เวลาเรียกความฟิตเป็นเดือน เช่นเดียวกับดาวซัลโวประจำทีม ไฮดาร์ เฮลกูสัน (โคนขาหนีบ)
 
ฮิวจ์ส พร้อมจับ ซิสเซ่ อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เป็นคู่หู บ็อบบี้ ซาโมร่า ในแดนหน้า ขณะที่ตัวรับทีมชาติมาลีอย่าง ดิยากิเต้  จะได้ปักหลักในแดนกลางเช่นเดิม ส่วนแบ็กซ้าย อาร์กม็องด์ ตราโอเร่ น่าได้โอกาสก่อน ไต ไตโว และ เนดุม โอนูโอฮา ยืนขวาก่อน ลุค ยัง ปล่อยให้ แอนทอน เฟอร์ดินานด์ เป็นคู่เซนเตอร์แบ็กกับ คลินท์ ฮิลล์
   
ลิเวอร์พูล :
ฝ่าย หงส์แดง จากการทำงานของ เคนนี่ ดัลกลิช กำลังทำให้แฟนๆมีรอยยิ้ม หลังจากที่ถล่มอริร่วมเมือง เอฟเวอร์ตัน 3-0 ในพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์ที่แล้ว ต่อด้วยเชือด สโต๊ค 2-1 จนผ่านเข้ารอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ
 
มาร์ติน เคลลี่ แบ็กดาวรุ่ง และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ต่างช้ำมาจากเกมกับ ช่างปั้นหม้อ และต้องรอทดสอบความฟิตอีกครั้ง นอกจากนี้ กุนซือ คิง เคนนี่ ยังลุ้นให้ เกล็น จอห์นสัน แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ และ เคร็ก เบลลามี่ แกนรุกทีมชาติเวลส์ ฟิตพร้อมเป็นตัวเลือก
 
สองกองกลางอย่าง ชาร์ลี อดัม และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต่างได้พักในเกม เอฟเอ คัพ และคาดว่า ทั้งคู่พร้อมออกสตาร์ตตั้งแต่นาทีแรก โดยหาก ดัลกลิช ตัดสินใจใช้แผนการเล่นหอกเดี่ยว ก็อาจดร็อป แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นแค่สำรอง
 
หากว่า เบลลามี่ พร้อมลุย ทางด้านของ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง ปีกทีมชาติอังกฤษ ก็เตรียมทำหน้าที่ตัวริมเส้นด้านขวาอีกครั้ง ขณะที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ กองหลังลูกหม้อ จะทำหน้าที่แทน แดนนี่ แอ็กเกอร์ ที่เจ็บต่อไป

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ควีนส์ปาร์ค :
(4-4-2) : แพ็ดดี้ เคนนี่ - เนดุม โอนูโอฮา, คลินท์ ฮิลล์, แอนทอน เฟอร์ดินานด์, อาร์กม็องด์ ตราโอเร่ - ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์, โจอี้ บาร์ตัน, แซมบ้า ดิยากิเต้, อเดล ตารับต์ - ฌิบริล ซิสเซ่, บ็อบบี้ ซาโมร่า
   
ลิเวอร์พูล :
(4-2-3-1) : โฆเซ่ เรน่า - เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล, เจมี่ คาร์ราเกอร์, โฆเซ่ เอ็นริเก้ - ชาร์ลี อดัม, เจย์ สเพียริง - สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, เคร็ก เบลลามี่ - หลุยส์ ซัวเรซ

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

คิวพีอาร์ ดิ้นสุดตัว หลังไม่ชนะมาหกเกม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ผลงานนัดเยือนไม่ดีเลย โดยแพ้ถึงสี่ในห้านัดหลังที่เล่นนอกบ้าน เกมน่าจะสูสีทีเดียว แม้ชื่อชั้นจะเหนือกว่า ทว่าลูกบู๊แบบหนักๆ ของเจ้าบ้านที่สดกว่า ก็น่าสร้างความลำบากให้ หงส์แดง ที่เพิ่งผ่านเกมหนักกับ สโต๊ค มาเมื่อมิดวีก

72
แมนฯ ซิตี้ - เชลซี (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ)
วันที่ : 21 มีนาคม 2555
เวลา : 02:45 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

แมนฯ ซิตี้ :
เรือใบสีฟ้า รองจ่าฝูงของกุนซืออิตาเลียน โรแบร์โต้ มันชินี่ หวังยืดสถิติชนะรวดในบ้านซีซั่นนี้ออกไปอีกในการเจอ เชลซี เพื่อบีบช่องว่างกับจ่าฝูง แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือแต้มเดียว
 
มีรายงานว่า คาร์ลอส เตเวซ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ น่ามีชื่อเป็นสำรองในนัดนี้ หลังจากที่ไม่ได้เล่นเลยตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อน จากเหตุการณ์ปฏิเสธลงสนาม ทว่าล่าสุดมาซ้อมเรียกความฟิตได้ห้าสัปดาห์แล้ว
 
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ แมนฯ ซิตี้ น่าจะอยู่ที่เกมรับเมื่อ โจลีออน เลสค็อตต์ (โคนขาหนีบ) ชวดแน่ ขณะที่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี (น่อง) ก็ส่อแววไม่ไหว แต่แบ็กขวา ปาโบล ซาบาเลต้า (เอ็นหลังหัวเข่า) กับกองกลาง แกเร็ธ แบร์รี่ (หลัง) ฟิตทัน
 
เจมส์ มิลเนอร์ กองกลางทีมชาติอังกฤษ น่าได้กลับมาเป็นตัวจริง เพราะมักถูกใช้งานในเกมใหญ่เสมอ เนื่องจากสไตล์การเล่นที่ทุ่มเท ขณะที่แนวรุก มาริโอ บาโลเตลลี่ จะรักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ โดยมี เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน'' สนับสนุน
   
เชลซี :
ด้าน สิงโตน้ำเงินคราม ชนะรวดนับตั้งแต่ที่ โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ขึ้นมาทำหน้าที่คุมชั่วคราว หลังจากปลด อันเดร วิลลาช-โบอาช โดยล่าสุดคือการเปิดรังชนะ เลสเตอร์ 5-2 ในเอฟเอ คัพ
 
ในเกมดังกล่าว ดิ มัตเตโอ เปลี่ยนทีมแทบยกชุด หลังจากที่กรำศึกหนัก 120 นาทีเต็มในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีกกับ นาโปลี และมีข่าวดีเมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส กองหน้าค่าตัว 50 ล้านปอนด์ บอกลาความฝืดด้วยการซัดคนเดียวสองลูก หลังรอนานกว่า 24 ชั่วโมงบนสนาม
 
ตอร์เรส ที่กำลังมั่นใจ น่าจะได้เป็นตัวจริงต่อ หลังจากที่ยิงประตูแล้วยังแอสซิสต์ให้เพื่อนพังตาข่ายอีกสองลูก ในชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ ขณะที่ แอชลี่ย์ โคล, จอห์น เทอร์รี่, ไมเคิ่ล เอสเซียง, รามิเรส และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ต่างได้พักเมื่อสุดสัปดาห์ พร้อมออกสตาร์ตตั้งแต่นาทีแรก
 
ในรายของ แกรี่ เคฮิลล์ กองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่ยิงประตูแรกในนามสโมสรเชลซีได้ หวังว่าจะได้เล่นต่อ จากการที่ ดาวิด ลุยซ์ มีปัญหาเจ็บข้อเท้าเล็กน้อย แต่ยังเปลี่ยนลงสนามได้เมื่อวันอาทิตย์

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนฯ ซิตี้ :
(4-4-1-1) : โจ ฮาร์ท - ไมกาห์ ริชาร์ดส์, โคโล ตูเร่, สเตฟาน ซาวิช, กาแอล กลิชี่ - เจมส์ มิลเนอร์, ยาย่า ตูเร่, แกเร็ธ แบร์รี่, ดาบิด ซิลบา - เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน'' - มาริโอ บาโลเตลลี่
   
เชลซี :
4-2-3-1) : ปีเตอร์ เช็ก - บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, แอชลี่ย์ โคล - ราอูล เมยเรเลส, ไมเคิ่ล เอสเซียง - รามิเรส, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ฆวน มาต้า - เฟร์นานโด ตอร์เรส

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

แมนฯ ซิตี้ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากชนะเพื่อลุ้นแชมป์ต่อ แต่คงไม่ง่ายในการเขมือบ เชลซี ที่หวังเก็บชัยห้านัดรวดภายใต้การทำทีมของ ดิ มัตเตโอ ยิ่ง ตอร์เรส กลับมามั่นใจอีกครั้ง เกมโต้กลับของทีมเยือนจะน่ากลัวขึ้น ขณะเดียวกันสถิติสองครั้งหลังที่เจอกัน ปรากฏว่าสิงโตน้ำเงินครามเก็บชัยได้ทั้งสองครั้ง หากไปเน้นรับแล้วรอโต้ หนึ่งแต้มน่าจะเป็นอะไรที่ทีมเยือนพอใจ

73
เรอัล มาดริด - มาลาก้า (ลาลีกา สเปน)
วันที่ : 18 มีนาคม 2555
เวลา : 03:30 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

เรอัล มาดริด :
''ราชันชุดขาว'' ยังรักษาเก้าอี้จ่าฝูงไว้ได้ หลังนัดล่าสุด บุกเฉือนชนะ เรอัล เบติส 3-2 ได้แบบสุดมัน คว้าสามแต้มรักษาระยะห่างจาก บาร์เซโลน่า 10 แต้มเหมือนเดิม โอกาสซิวแชมป์ลา ลีกา ครั้งแรกในรอบ 4 ปีมีสูงลิบ
 
เกมนี้ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวเก๋า พ้นโทษแบน พร้อมกลับมาช่วยทีม นอกจากนั้น คาริม เบนเซม่า กองหน้าฝรั่งเศส ยังกลับมาฟิตอีกครั้ง พร้อมสตาร์ตเป็นตัวจริง โดยทีมยังขาด อังเคล ดิ มาเรีย และ ฟาบิโอ โกเอนเตรา แบ็กโปรตุกีสที่เจ็บอยู่ก่อนแล้ว
 
ทางด้าน ราอูล อัลบิโอล เซนเตอร์ฮาล์ฟ ถูกตัดชื่อออกจากทีม เนื่องจากเป็นไข้ ไม่สบาย แต่ได้ ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า กลับมามีชื่อติดทีม ส่วน ฮามิต อัลตินท็อป ถูกตัดชื่อออกไปด้วยเหตุผลทางแท็กติก แนวรุกอยู่ครบทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เมซุต โอซิล และ กอนซาโล่ อิกวาอิน
   
มาลาก้า :
มาลาก้า ฟอร์มในลีกกำลังเยี่ยม ชนะมา 3 เกมติด โดยนัดที่แล้วทุบ เลบันเต้ 1-0 พร้อมแซงขึ้นมาติดท็อปโฟร์สำเร็จ กระนั้น ฟอร์มนอกบ้านยังเป็นปัญหา โดยแพ้ถึง 3 จาก 4 เกมหลังสุด
 
ฆัวกิน ซานเชซ ปีกขวาตัวเก่งที่กลับมาเป็นตัวจริงในนัดที่แล้ว มีสิทธิ์ยึดตำแหน่งต่อไป ขณะที่ เฌเรมี่ ตูลาล็อง ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศส มีอาการเจ็บเท้า หมดสิทธิ์บู๊
 
โดยรวม มานูเอล เปเยกรินี่ เทรนเนอร์ของทีมจะไม่ปรับทัพมากนัก โดย ซาโลมง รอนดอน และ เรซิโอ จะเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ทำให้ รุด ฟาน นิสเตลรอย ศูนย์หน้าตัวเก๋า ต้องตกเป็นแค่ตัวสำรองโดยปริยาย เช่นเดียวกับกองหลังที่ เฆซุส กาเมซ และ ร็อบสัน เวลิกตัน พร้อมยึดตำแหน่งต่อไป

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด :
(4-2-3-1) : อีเกร์ กาซียาส - เซร์คิโอ รามอส, เปเป้, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ มาร์เชโล่ - ชาบี อลอนโซ่, ซามี่ เคดิร่า - ริคาร์โด้ กาก้า, เมซุต โอซิล, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ - คาริม เบนเซม่า (กอนซาโล่ อิกวาอิน)
   
มาลาก้า :
(4-2-3-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ - เฆซุส กาเมซ, มาร์ติน เดมิเคลิส, ร็อบสัน เวลิกตัน, นาโช่ มอนเรอัล - ซานติ กาซอร์ล่า, เรซิโอ - ฆัวกิน ซานเชซ, อิสโก้, เอลิเซว - ซาโลมง รอนดอน

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

เรอัล มาดริด เหนือกว่าแบบเทียบไม่ติด เหมือนบอลแพ้ทางกันอยู่แล้ว มาลาก้า ไม่เคยชนะ ราชัน ได้เลย ยิ่งสถิติเกมรุกของ มาดริด ดุดันมาก ยิงถึง 3 เม็ดตลอด เกมนี้ไม่ยาก แม้เตรียมตัวมาดีและได้พักเต็มๆ แต่มาลาก้า ต้านไม่อยู่ เรอัล มาดริด ลุ้นเม็ดสามสบายๆ

74
ลิเวอร์พูล - สโต๊ค ซิตี้ (เอฟเอ คัพ)
วันที่ : 18 มีนาคม 2555
เวลา : 23:00 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์1,ช่อง3

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

ลิเวอร์พูล :
เคนนี่ ดัลกลิช เทรนเนอร์ ''หงส์แดง'' ลิเวอร์พูล คืนฟอร์มไล่ยำ เอฟเวอร์ตัน 3-0 ในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังผลงานย่ำแย่ในช่วงก่อนหน้า เกมนี้ เคร็ก เบลลามี่ ที่พลาดเกมกลางสัปดาห์น่าจะกลับมาอยู่ในโผ รายของ เกล็น จอห์นสัน ยังคงไม่ฟิตทำให้ มาร์ติน เคลลี่ ยังเป็นตัวจริงต่อ ส่วน แดเนียล แอ็กเกอร์ ที่กระดูกซี่โครงร้าวยังต้องพักต่อไปทำให้ เจมี่ คาร์ราเกอร์ น่าจะได้เป็นตัวต่อสอดแทรกด้วย เซบาสเตียน โคอาเตส

สื่อแดนผู้ดีคาดการณ์ว่า ''คิง เคนนี่'' จะเปลี่ยนบางตำแหน่งจากเกมล่าสุด แต่จากผลเสมอแบบไร้สกอร์ใน เดือนม.ค. คาดว่าโค้ชชาวสกอตต์จะเน้นเกมรุกมากขึ้น เป็นไปได้ว่า แอนดี้ แคร์โรลล์ จะได้ลงจับคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ ตั้งแต่ต้นเช่นเกมที่แล้ว โดยมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่เพิ่งซัดแฮตทริกในเกมล่าสุดลงเป็นจอมทัพ รายของ ชาร์ลี อดัม ที่หลุดเป็นสำรองมีโอกาสแย่งตัวจริงจาก เจย์ สเพียริง เช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า ชาร์ลี อดัม อาจจะหลุดไปนั่งสำรอง แต่ เจย์ สเพียริง ยังน่าจะได้เล่นต่อ แดนหน้า แอนดี้ แคร์โรลล์ น่าจะได้เล่นแทน เดิร์ค เค้าท์ จับคู่กับ หลุยส์ ซัวเรซ ในแดนหน้า เช่นกันกับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง คงได้เล่นแทน เคร็ก เบลลามี่ ที่จะสลับพักไป นอกนั้น มักซี่ โรดริเกซ มีลุ้นเล่นแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เช่นกัน
   
สโต๊ค ซิตี้ :
ช่างปั้นหม้อ ภายใต้การคุมทีมของ โทนี่ พูลิส ผลงานค่อนข้างดีในระยะหลัง แม้เกมล่าสุดจะบุกแพ้ เชลซี 0-1 แต่ก็เป็นเกมที่ต้องเล่น 10 ตัวค่อนเกม เนื่องจาก ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ ถูกใบแดงในเกมดังกล่าว โดย ฟูลเลอร์ จะเริ่มติดโทษแบน 3 นัดในเกมนี้หลังไปย่ำใส่ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ในเกมดังกล่าว ขณะที่ ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่ได้พักในเกมล่าสุดจะกลับมาเป็นตัวจริง นอกนั้นทีมที่เหลือสมบูรณ์เต็มที่ ขาดแค่ มามาดี้ ซิดิเบ้ เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าพักยาวรายเดียว นอกจากนั้น พูลิส ยังยืนยันว่าจะให้ โธมัส โซเรนเซ่น มือกาวโคนมที่เสียมือหนึ่งคืนให้ อัสเมียร์ เบโกวิช ลงเฝ้าเสาในบอลถ้วย แต่ที่เหลือจะเป็นชุดใหญ่ แนวรุก จอน วอลเตอร์ส จะลงเป็นหน้าต่ำหลัง ปีเตอร์ เคร้าช์ ที่ยืนค้ำในแดนหน้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล :
ลิเวอร์พูล (4-4-2) : โฆเซ่ เรน่า - มาร์ติน เคลลี่, เจมี่ คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, โฆเซ่ เอ็นริเก้ - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาร์ลี อดัม, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง - หลุยส์ ซัวเรซ, แอนดี้ แคร์โรลล์
   
สโต๊ค ซิตี้ :
สโต๊ค (4-4-1-1) : โธมัส โซเรนเซ่น -  โรเบิร์ต ฮูธ, ไรอัน ชอว์ครอสส์, แม็ทธิว อัพสัน, มาร์ค วิลสัน - ไรอัน ชอตตัน, เกล็น วีแลน, ดีน ไวท์เฮด, แม็ทธิว เอเธอริงตัน - จอน วอลเตอร์ส - ปีเตอร์ เคร้าช์

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

สถิติเก่าๆ หงส์แดง เจอกับ สโต๊ค เล่นได้ค่อนข้างสูสีกว่าจะเอาชนะได้ก็หืดจับ หรือหวุดหวิดเท่านั้น ยิ่งเจ้าถิ่นกำศึกหนักในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้มามองดูแล้วเกมนี้น่าจะผ่อนๆบ้าง ยิ่งเจอกับ สโต๊ค ที่เล่นหนักแถมมีเกมรับที่เหนียวแน่นใช้ได้อีก เชื่อว่าเจ้าถิ่นเต็มที่น่าจะเบียดเข้าวินมากกว่า

75
เชลซี - เลสเตอร์ (เอฟเอ คัพ)
วันที่ : 18 มีนาคม 2555
เวลา : 21:05 น.
ถ่ายทอดสด : ทรูสปอร์ต 1

เปรียบเทียบความพร้อมของทีม

เชลซี :
นัดนี้ โรเบร์โต้ ดิ มัตเตโอ โค้ชชาวอิตาเลียนเชื่อว่า จอห์น เทอร์รี่ และดาวิด ลุยซ์ จะฟิตพร้อมลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ หลังรายแรกเล่นเกมยุโรปไม่จบเกม ขณะที่ ลุยซ์ มีปัญหาเจ็บข้อเท้า อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการหมุนเวียนนักเตะหลายตำแหน่ง ที่เล่นเต็มเกมล่าสุด 120 นาที โดย ราอูล เมยเรเลส พร้อมกลับมาเป็นตัวจริงหลังติดโทษแบน แนวรุก แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กับ ฆวน มาต้า ที่ถูกเปลี่ยนออกในเกมล่าสุดยังน่าอยู่ในโผ แต่หน้าเป้าอาจจะสลับ เฟร์นานโด ตอร์เรส เล่นแทน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ที่ลงหวดไปเต็ม 2 ชั่วโมงในเกมล่าสุด อาจจะได้โอกาสจับคู่กับ ซาโลมง กาลู รายของ แอชลี่ย์ โคล ที่เพิ่งกลับจากการบาดเจ็บอาจจะได้พักเปิดโอกาสให้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ หาประสบการณ์เช่นกันกับ โชเซ่ โบซิงวา  ที่เป็นสำรองในเกมล่าสุดน่าจะเป็นตัวจริง เช่นกันกับ จอห์น โอบี มิเคล, ฟลอร็องต์ มาลูด้า หรือ แกรี่ เคฮิลล์ น่าจะได้โอกาสลงเล่น

เลสเตอร์ :
เกมนี้ พอล คอนเชสกี้ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษซึ่งโดนใบแดงเกมเฉือน โคเวนทรี โทษแบน 3 นัดพร้อมคืนทีมอีกครั้งแต่ยังต้องลุ้นแย่งตัวจริงกับ ทอม เคนเนดี้ ซึ่งลงเล่นแทนมาตลอดรวมถึงในเกมเอฟเอ คัพ รอบที่แล้วด้วย นอกนั้น แม็ตต์ มิลล์ส เซนเตอร์ฮาล์ฟ, เบน มาร์แชลล์ มิดฟิลด์ และ สตีฟ ฮาวเวิร์ด กับ เจฟฟ์ ชลูปป์ มีลุ้นลงสนามเช่นกัน

อย่าไงรก็ตาม แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์, คอนราด โลแกน และ เลียม มัวร์ ติดคัพไททั้งหมด เกมนี้ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, โซล บัมบ้า, เวส มอร์แกน, ฌอน เซนต์ เล็ดเจอร์, ทอม เคนเนดี้, พอล กัลลาเกอร์, ริทชี่ เวลเล่นส์, นีล แดนน์ส และ ลอยด์ ดายเออร์ จะเป็นตัวหลัก มี เดวิด นิวเจนท์ กับ เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด เป็นคู่หัวหอก

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เชลซี :
เชลซี (4-4-2) : ปีเตอร์ เช็ก, โชเซ่ โบซิงวา, ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์, ไรอัน เบอร์ทรานด์, ราอูล เมยเรเลส, รามิเรส,จอห์น โอบี มิเกล, ฟลอร็องต์ มาลูด้า, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ซาโลมง กาลู
   
เลสเตอร์ :
เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2) แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ; โซล บัมบ้า, เวส มอร์แกน, ฌอน เซนต์ เล็ดเจอร์, ทอม เคนเนดี้ ; พอล กัลลาเกอร์, ริทชี่ เวลเล่นส์, นีล แดนน์ส ,ลอยด์ ดายเออร์ ; เดวิด นิวเจนท์, เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด

วิจารณ์เกมการแข่งขัน

สิงห์บลูส์ ปรับหลายตำแหน่งแน่ หลังจากหวดกับ นาโปลีมา 2 ชั่วโมงเต็มอย่างไรก็ตามศักยภาพของทีมยังคงเหนือกว่า เลสเตอร์ พอสมควร ขวัญกำลังใจก็ดีเยี่ยม เลสเตอร์ ต้องมองถึงการลุ้นไปเพลย์ออฟในลีก แม้ว่าเกมนี้จะเต็มที่ แต่สิงห์บลูส์ มีโอกาสเฉือนชนะได้ แม้อาจจะเสียวเสียประตูในถิ่นได้เหมือนกัน ซึ่งโอกาสชนะขาดขึ้นอยู่กับว่าซัดประตูแรกได้เร็วแค่ไหน แต่โอกาสสกอร์สูงมีเยอะมาก

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 114